วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บทความปลากด5

ปลากดคัง

ปลากดแก้ว หรือปลากดคัง กดหางแดง กดข้างหม้อ กดเขี้ยว มีชื่อสามัญว่า Red tail Mystus และมีชื่อวิทยา ศาสตร์ว่า Mystus ruckioides ปลากดคังเป็นปลาเศรษฐกิจ เนื่องจากมีรสชาติดี มีราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง พบแพร่กระจายกว้างขวางและมีถิ่นอาศัยในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วไป ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพิษณุโลกสามารถผลิตลูกปลาได้เป็นจำนวนมาก

ลักษณะทั่วไป
ปลากดคัง เป็นปลาที่มีรูปร่าง ยาวเพรียว ส่วนหัวแบนกว้าง ด้านบนของหัวเรียบ ลำตัวด้านบนมีสีม่วง-เทาปนดำส่วนท้องขาว ปากกว้าง จงอยปากทู่ ตำแหน่งของปากอยู่ต่ำ ฟันคม ตาไม่มีเยื่อหุ้มและอยู่ระดับเดียวกับมุมปาก มีหนวด 4 คู่ ครีบหูมีสีเทาดำ ครีบหางเว้าลึกแฉกบนยาวกว่าแฉกล่าง ครีบหางมีสีแดงเข้มมากกว่าครีบอื่นๆ ปลากดคังจัดเป็นปลาขนาดใหญ่ ในธรรมชาติพบปลาขนาดตั้งแต่ 1-3 กก. ความยาว 30-50 ซม. ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบ ความยาว 150 ซม. น้ำหนัก 30 กก.

การแพร่กระจาย
ในประเทศไทยพบ ใน แม่น้ำน่าน ยม ปิง เจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน แควน้อย ตลอดจนอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ เช่น เขื่อนสิริกิติ์ ภูมิพล รัชชประภา ในต่างประเทศพบที่ ลาว กัมพูชา พม่า และจีน

ความแตกต่างระหว่างเพศ
แม่พันธุ์ปลา ช่องเพศมีลักษณะกลมนูนสีแดงจะมีส่วนท้องอูม และอ่อนนิ่ม ในฤดูวางไข
พ่อพันธุ์ มีรูปร่างลำตัวเรียวยาว มีติ่งเพศยาวสีชมพูเรื่อๆ ไม่สามารถรีดน้ำเชื้อออกมาได้
ปลาพ่อแม่พันธุ์ ควรมีขนาด 2-3 กก.ขึ้นไป

การเพาะพันธุ์ปลากดคัง
ปลากดคังสามารถเพาะพันธุ์ได้โดยวิธีฉีดฮอร์โมนผสมเทียม โดยพ่อแม่พันธุ์ที่ใช้ในการเพาะพันธุ์อาจเป็นปลาที่รวบรวมจากแหล่งน้ำธรรมชาติและนำมาเลี้ยงให้มีความสมบูรณ์เพศในบ่อดิน หรือเป็นปลาที่คัดเลือกมาจากลูกปลาที่เลี้ยงในบ่อดินที่มีลักษณะเด่นนำมาเลี้ยงให้เป็นพ่อแม่พันธุ์ก็ได้อัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาลงเลี้ยงในบ่อดิน 1 ตัว/ 6 ตารางเมตร ให้อาหารเม็ดที่มีโปรตีนไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต โดยพ่อแม่พันธุ์จะมีความสมบูรณ์เพศสามารถนำมาเพาะพันธุ์ได้ในช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึง เดือน กันยายน ชนิดของฮอร์โมนที่ใช้ในการฉีดกระตุ้นให้แม่ปลาวางไข่คือ ฮอร์โมนสังเคราะห์ buserelin acetatae ที่มีชื่อทางการค้าว่า suprefact ใช้ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ domperidone ที่มีชื่อทางการค้าว่า motilium การฉีดฮอร์โมนสามารถแบ่งได้ทั้งการฉีดครั้งเดียว และสองครั้ง ตำแหน่งที่ฉีดฮอร์โมนคือบริเวณกล้ามด้านข้างลำตัว หรือบริเวณช่องท้อง การฉีดครั้งเดียวใช้อัตราความเข็มข้นของฮอร์โมนสังเคราะห์ 15-20 ไมโครกรัม/กิโลกรัม ร่วมกับยาสัมฤทธิ์ 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สามารถนำแม่ปลามารีดไข่ผสมเทียมได้ในเวลา 12.00 – 15.00 ชั่วโมง ส่วนการแบ่งฉีดสองครั้งในอัตราความเข้มข้นของฮอร์โมนสังเคราะห์ครั้งแรก 5 ไมโครกรัม/กิโลกรัม เว้น 6 ชั่วโมง ครั้งที่สอง 15 ไมโครกรัม/กิโลกรัม การฉีดฮอร์โมนทุกครั้งใช้ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สามารถนำแม่ปลามารีดไข่ผสมเทียมได้ในเวลา 06.00 – 09.30 ชั่วโมง หลังจากฉีดฮอร์โมนครั้งที่สองการผสมเทียมใช้วิธีแห้ง เมื่อแม่ปลาพร้อมวางไข่ให้นำมารีดไข่ใส่ภาชนะที่เตรียมไว้แล้วผ่าท้องปลาเพศผู้เพื่อนำถุงน้ำเชื้อมาบดผสมกับไข่ของแม่ปลาแล้วใช้ขนไก่คนให้ทั่ว ล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วจึงนำไปฟักในภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับให้ไข่ติดแขวนลอยอยู่ในบ่อเพาะฟักที่มีหลังคาปกคลุม การเทไข่พยายามให้ไข่กระจายไปทั่ว ๆ อย่าให้ไข่กองทับกัน ซึ่งจำทำให้ไข่เสียไข่ปลากดคัง เป็นไข่จมติดมีสารเหนียวห่อหุ้มมีขนาด 2.25 มิลลิลิตรไข่ดีจะมีสีเหลืองใส ส่วนไข่เสียจะเป็นสีขาวขุ่นที่อุณหภูมน้ำ 27 องศาเซลเซียส ไข่จะฟักออกเป็นตัวเวลา 30-32 ชั่วโมง ลูกปลาที่ฟักออกเป็นตัวมีขนาดความยาว 5-6 มิลลิเมตร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น